สามเณร ผู้ทำให้พระพุทธศาสนาตั้งมั่นเป็นพันปี

พระบรมศาสดาตรัสว่า

“ผู้ใดเป็นคนฉลาด แกล้วกล้า เป็นพหูสูต ทรงธรรม และเป็นผู้ประพฤติธรรมสมควรแก่ธรรม ผู้เป็นเช่นนั้นท่านเรียกว่า เป็นผู้ยังหมู่ให้งดงาม”

คุณครูไม่ใหญ่เคยขยายความไว้ในรายการธรรมะเพื่อประชาชนว่า
“ผู้มีสัมมาทิฏฐิเมื่อบังเกิดขึ้นในโลก ย่อมยังมหาชนให้รู้จักเส้นทางอันประเสริฐของชีวิต ด้วยการแนะนำให้สั่งสมบุญบารมี ชี้เส้นทางไปสุคติโลกสวรรค์ทางไปพระนิพพาน ผู้มีสัมมาทิฏฐินี่แหละ ชื่อว่าเป็นบัณฑิตที่แท้จริง”
เพราะคอยประคับประคองตนเองและผู้อื่น ให้ดำเนินชีวิตอยู่บนเส้นทางที่ถูกต้อง ทั้งทางโลกและทางธรรม
เหมือนดวงจันทร์ที่คอยขจัดความมืดมิด ชี้ทางสว่างให้สรรพสัตว์ทั้งหลาย เดินไปสู่จุดหมายปลายทางได้อย่างปลอดภัย
ผู้เป็นนักปราชญ์บัณฑิต มีสัมมาทิฏฐิ นอกจากตนเองจะคิดดีพูดดีทำดีเป็นปกติ และมีคุณธรรมประจำตัวแล้ว ยังมีจิตใจสูงส่ง เสียสละเวลาแนะนำให้คนรอบข้างได้เข้าใจโลกและชีวิตไปตามความเป็นจริงได้ด้วย
บุคคลเช่นนี้ ไม่ว่าจะอยู่แห่งหนตำบลใด ย่อมนำแต่ความสุขสวัสดี และชื่อเสียงอันดีงามมาสู่สถานที่นั้นๆ
ท่านจึงเรียกว่า ผู้ยังหมู่คณะให้งดงาม”
ดังเรื่องราวของสามเณรนิโครธ และสามเณรคุณานันทะ
สามเณรรูปเดียว ได้ทำให้พระพุทธศาสนาตั้งมั่นมาได้เป็นพันปี

ภาพประกอบพิธีบวชสามเณร

สามเณรนิโครธ ผู้เปลี่ยนใจพระเจ้าอโศกให้หันมานับถือพระพุทธศาสนา

สามเณรนิโครธ บวชและบรรลุเป็นพระอรหันต์ตอนอายุ 7 ขวบ
การบิณฑบาตรผ่านพระราชวังของท่านในเช้าวันหนึ่ง
ทำให้พระเจ้าอโศกมหาราช ที่ตลอดชีวิตมีแต่การรบ เกิดความเลื่อมใสศรัทธา
แม้พระองค์จะเห็นนักบวชมามากมาย
แต่พอเห็นอิริยาบทการเดินของสามเณร ที่อยู่ในอาการสงบเสงี่ยมสง่างาม ที่แตกต่างจากนักบวชทั่วไป
ท่านก็เกิดกุศลจิตศรัทธา ทั้งๆที่ยังไม่เคยได้สนทนากันมาก่อน
พระองค์ทรงนิมนต์สามเณรเข้าสู่พระราชวัง
ได้ซักถามธรรมะต่างๆ เพราะท่านไม่รู้อะไรเลย
สามเณรสามารถอธิบายให้พระเจ้าอโศกมหาราชเข้าใจ คำพูดของสามเณรทำให้พระราชาหยุดฟัง
จนทำให้พระองค์หันกลับมานับถือพระพุทธศาสนา
ได้สร้างเจดีย์ถวายไว้ในพระพุทธศาสนา 84,000 แห่ง
และช่วยยอยกพระพุทธศาสนาให้เจริญรุ่งเรืองอย่างไม่เคยปรากฏที่ไหนมาก่อน
พระพุทธศาสนาจึงตั้งมั่นมาได้จนถึงปัจจุบัน

ภาพประกอบพิธีบรรพชาสามเณร

สามเณรคุณานันทะ ผู้กอบกู้ศาสนาศรีลังกา

สามเณรคุณานันทะ บวชตอนอายุ 12 ขวบ
ท่านเกิดในประเทศศรีลังกา ยุคล่าอาณานิคม
เวลานั้นพระพุทธศาสนาตกอยู่ในยุคมืด
ชาวพุทธถูกกดขี่
พระถูกดูหมิ่นรังแก
ตำแหน่งในราชการถูกสงวนไว้ให้ศาสนิกอื่นเท่านั้น
วันสำคัญทางพระพุทธศาสนาถูกยกเลิก
มีวัดร้างเพิ่มขึ้น
ที่ดินและทรัพย์สินของวัดร้างถูกยึดไปเป็นของรัฐ หรือของศาสนาอื่น
มีการเขียนหนังสือบทความลงตีพิมพ์โจมตีพระพุทธศาสนาอย่างต่อเนื่อง โดยได้รับการสนับสนุนจากรัฐบาลอย่างเต็มที่
ส่วนชาวพุทธได้แต่แผ่เมตตาวางอุเบกขา ไม่กระตือรือร้นที่จะร่วมมือกันขจัดภัยพาลของพระพุทธศาสนา
ทันทีที่บรรพชาเสร็จ สามเณรคุณานันทะ ท่านบวชวันนั้น ก็เทศน์วันนั้นเลย
ได้เทศน์โปรดญาติโยมเรื่องพุทธประวัติจนโต้รุ่ง ยาว 12 ชั่วโมง
มีผู้ฟังนับพันคน วาทะศิลจับใจ จุดประกายความหวังของชาวพุทธทั้งประเทศ
ท่านได้ปฏิญาณจะกอบกู้และปกป้องพระพุทธศาสนาจากการรุกรานของศาสนาอื่นโดยใช้ปัญญาเป็นอาวุธ
ท่านเชิญผู้นำศาสนิกอื่นมาโต้วาทะต่อหน้าสาธารณะชน 5 ครั้ง
ทุกครั้งล้วนชนะอย่างใสสะอาดทุกข้อหาที่ถูกโจมตี เสริมสร้างขวัญกำลังใจชาวพุทธ
โดยเฉพาะการโต้วาทะครั้งสุดท้าย..
นำไปสู่การพลิกฟื้นและฟื้นฟูพระพุทธศาสนาในศรีลังกา ให้กลับมาเฟื่องฟูจนถึงปัจจุบัน

ภาพประกอบพิธีบวชสามเณรที่ ทวาย พม่า, สามารถสืบอายุพระพุทธศาสนายืนยาวล่วงมาสองพันกว่าปี

เรื่องราวของสามเณรนิโครธ และสามเณรคุณานันทะ
สามเณร 1 รูป ได้ทำให้พระพุทธศาสนาตั้งมั่นมาได้เป็นพันปี
หลวงพ่อบอกว่า

“ถ้าเราบวชสามเณรเป็นล้านรูป
พระพุทธศาสนาก็จะต้องมีอายุยาวนานไปอีกไกลอย่างแน่นอน”

การ์ดภาพประกอบชวนบวชสามเณรจากเพจการบ้าน

มีคำกล่าวว่า..
“ที่ใดมีบัณฑิต ที่นั่นย่อมสว่างไสวไปด้วยแสงแห่งธรรม”
สิ่งที่พวกเราทั้งหลายช่วยกันทำก็เป็นเช่นเดียวกัน
ไม่ว่าจะเป็น..
บวชพระครั้งละ 100,000 รูป
ถวายสังฆทานพระครั้งละ 100,000 รูป
ตักบาตรพระครั้งละหลายหมื่นรูป
พระเดินธรรมยาตราคราวละ 1000 กว่ารูป
คนมาปฏิบัติธรรมทำสมาธิพร้อมกันเป็นล้านคน
ทั้งหมดล้วนเกิดขึ้นเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์
ในยุคนี้.. ยุคที่คนเข้าใจว่าพระพุทธศาสนากำลังเสื่อมลง
แต่กลับมีสิ่งดีๆที่เป็นประวัติศาสตร์ของพระพุทธศาสนาเกิดขึ้นมากมาย

การ์ดภาพประกอบสามเณรขณะอบรมบวชฝึกตน

ซึ่งเกิดจากดำริของหลวงพ่อคุณครูไม่ใหญ่ที่อยากให้พุทธศาสนาเจริญรุ่งเรืองเหมือนยุคพุทธกาล ดังคำกล่าวที่ว่า..

“หลวงพ่อคิดว่า พวกเราคงมีจิตใจเช่นเดียวกับหลวงพ่อ คืออยากจะเห็นพระพุทธศาสนาเจริญรุ่งเรือง
เรามาเกิดในยุคนี้ ที่มีพระพุทธศาสนาเป็นศาสนาประจำชาติ และเป็นประโยชน์ต่อเรา และโลกนี้ เราจะให้มันถล่มทลายในยุคของเรา หาควรไม่
ยุคของเรา.. พระพุทธศาสนาจะต้องเฟื่องฟูที่สุด เหมือนย้อนยุคพุทธกาล
หลวงพ่อมีความคิดว่า อะไรก็ตามที่มีบันทึกในพระไตรปิฎก
จะต้องเป็นสิ่งที่พิสูจน์และสามารถยืนยันได้ว่า “มีจริง” ในยุคปัจจุบันของพวกเรานี่แหละ
อย่างเช่น ในพระไตรปิฎกมีการบันทึกว่า มีการเลี้ยงพระแสนรูป ผ่านมาพันปี คนชักไม่ค่อยเชื่อแล้วว่า มันจะเป็นไปได้อย่างไร
แต่ในที่สุดเราก็พิสูจน์แล้วว่า มีจริง แล้วก็ดีจริง สามารถทำได้
ถวายจีวรแสนผืน ถวายยารักษาโรคแสนชุด เราก็ได้ทำแล้วในยุคของเรา
เพราะฉะนั้น แทนที่จะมองว่า พระพุทธศาสนาเรียวลง
เราจะต้องพยายามทำพระพุทธศาสนาให้เฟื่องฟูยิ่งขึ้นไป
เวลาเราเดินทางออกจากร่างกายไปสู่สุคติ เราจะได้ปลื้มปีติว่า เราได้ใช้ร่างกายและทรัพยากรที่เรามีอยู่นี้ ช่วยกันยกยอพระพุทธศาสนา
เวลาชาวสวรรค์ถาม เราจะตอบเขาด้วยความปีติภาคภูมิใจว่า
ได้ช่วยยอยกพระพุทธศาสนาให้สูงเด่นยิ่ง ๆ ขึ้นไป
รัศมีกายของเราจะได้สว่างโพลงไปเรื่อย ๆ ชาวสวรรค์เขาจะได้อนุโมทนาสาธุการ”

การ์ดภาพประกอบชวนบวชสามเณร

ที่มาภาพและเนื้อหา

ผู้นำประโยชน์สุขมาให้แก่ชาวโลก ธรรมะเพื่อประชาชน

คุณานันทะ ผู้กอบกู้ศาสนา ศรีลังกา

620310 งานบุญวันอาทิตย์ ปฏิบัติธรรมภาคบ่าย สามเณรนิโครธ

ท่านคุณานันทเถระ ผู้กอบกู้พระพุทธศาสนาในศรีลังกา(ตอนที่1 กำเนิดท่านคุณานันทเถระ)

สรุปโอวาทการปฏิบัติธรรม ต้องยอยกพระพุทธศาสนาให้เฟื่องฟู

และขอบคุณภาพจากเพจการบ้าน, ภาพจากบล็อกภาพดีๆ072

คิดอย่างไรกับเรื่องนี้