สามเณรอรหันต์ ปัญญาที่แท้จริงไม่ได้เกิดจากความรู้ทางโลก แต่เกิดจากความรู้ภายใน

มีพุทธพจน์ที่ว่า..
อย่าดูถูก ดูหมิ่นกษัตริย์ว่ายังทรงพระเยาว์
อย่าดูถูก ดูหมิ่นงูว่าตัวเล็ก
อย่าดูถูก ดูหมิ่นไฟว่าเล็กน้อย
อย่าดูถูก ดูหมิ่นภิกษุว่ายังหนุ่มอยู่
สามเณรคือเหล่ากอของสมณะ หน่อเนื้อของสมณะ เป็นทายาทพระพุทธศาสนา
ในอดีต ก็มีสามเณรอรหันต์อายุเพียง ๗ ขวบเกิดขึ้นไม่น้อย

ภาพกิจกรรมสามเณร กำลังสวดมนต์

สามเณรบัญฑิต ผู้บรรลุอรหันต์ใน ๘ วัน

บัณฑิตสามเณรบวชตอนอายุ ๗ ขวบ
วันที่ ๘ ของการบวช..
ในระหว่างทางที่ท่านตามบิณฑบาตพระสารีบุตร..
สามเณรเห็นเหมืองน้ำ ซึ่งมีไว้สำหรับไขน้ำเข้าไปในนาข้าว”
จึงได้คิดว่า เมื่อคนสามารถชักน้ำซึ่งไม่มีจิตใจไปสู่ที่ที่ตนเองต้องการได้
เหตุไฉนคนซึ่งมีจิตแท้ๆ ไม่อาจบังคับจิตของตนให้อยู่ในอำนาจ แล้วบำเพ็ญสมณธรรมได้”
สามเณรเห็นคนกำลังใช้ไฟลนลูกศรเพื่อจะดัดให้ตรง
จึงได้คิดว่า คนสามารถดัดลูกศรให้ตรงได้
เพราะเหตุใด คนซึ่งมีจิต จะไม่อาจทำจิตของตนให้อยู่ในอำนาจ แล้วบำเพ็ญสมณธรรมเล่า
สามเณรเห็นช่างไม้กำลังถากไม้ เพื่อทำกงดุมและล้อเกวียน
ก็ได้คิดว่า ถ้าคนทั้งหลาย เอาท่อนไม้ที่ไม่มีจิต ทำเป็นล้อได้
เพราะเหตุใด คนที่มีจิตจึงไม่สามารถบังคับจิตของตนให้อยู่ในอำนาจ แล้วบำเพ็ญสมณธรรมเล่า
เมื่อสามเณรบัณฑิตได้พิจารณาสิ่งที่เห็นอย่างแยบคายแล้ว
จึงได้กราบลาพระเถระ แล้วรีบกลับวัดมาบำเพ็ญสมณธรรมเจริญสมาธิภาวนา
จนบรรลุอรหัตตผลในวันนั้นเอง

ภาพกิจกรรมการบวชสามเณร

สามเณรนิโครธ ผู้จุดประกายให้พระเจ้าอโศกผู้มีฝ่ามือชุ่มด้วยโลหิตเปลี่ยนมานับถือพระพุทธศาสนา

สามเณรนิโครธ เป็นสามเณรอรหันต์อายุ ๗ ขวบ
สำเร็จเป็นอรหันต์ตั้งแต่บรรพชาหลังปลงผมเสร็จ
ทันทีที่พระเจ้าอโศกมหาราชทรงเห็นความสงบเสงี่ยมสง่างามและได้ฟังธรรมเรื่องความไม่ประมาทของสามเณรนิโครธ
ก็เกิดความเลื่อมใสศรัทธา เปลี่ยนมานับถือพระพุทธศาสนา และช่วยยอยกพระพุทธศาสนาให้เจริญรุ่งเรืองอย่างไม่เคยปรากฏที่ไหนมาก่อน

ภาพกิจกรรมงานปลงผมบวชสามเณร

ปัญญาที่แท้จริง ไม่ได้เกิดจากความรู้ทางโลก แต่เกิดจากความรู้ภายใน

เรื่องราวของสามเณรอรหันต์บอกเราได้ว่า
ธรรมะของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าเป็นอกาลิโก เป็นของง่าย ใครๆก็เข้าถึงได้
เป็นเรื่องของใจ ซึ่งไม่ขึ้นอยู่กับวัยวุฒิ หรือปริญญาความสามารถทางโลก
ดังเช่นสามเณรบัญฑิต ใช้เวลา ๘ วันเป็นพระอรหันต์
สามเณรนิโครธ ใช้เวลาเพียงชั่วปลงผมเสร็จก็บรรลุอรหัตตผล
ปัญญาที่แท้จริง ไม่ได้เกิดจากความรู้ทางโลก แต่เกิดจากความรู้ภายใน


ดังที่คุณครูไม่ใหญ่เคยสอนเอาไว้ว่า..
คำว่า “วิชชาธรรมกาย” ประกอบด้วย ๒ คำ คือ
คำว่า “วิชชา”
กับคำว่า “ธรรมกาย”
คำว่า “วิชชา” แตกต่างจากคำว่า “วิชา” ในทางโลกที่เราได้เคยศึกษาเล่าเรียนกัน
วิชาทางโลกนั้นเป็นความรู้ที่เกิดขึ้นใน ๒ ระดับ คือ
ระดับสุตมยปัญญา กับ จินตามยปัญญา
สุตมยปัญญา คือ ความรอบรู้ที่เกิดจากการได้ยิน ได้ฟัง ได้อ่าน ได้ศึกษาเล่าเรียนมา
เป็นการรู้จำ คือ จำในสิ่งที่ผู้รู้ ไม่ว่าจะมีความรู้สมบูรณ์หรือไม่สมบูรณ์ก็ตาม ได้บันทึกเรื่องราวสิ่งที่รู้เห็นเอาไว้เป็นวิทยาทานให้ได้ศึกษากันสืบต่อมา
จินตามยปัญญา คือ ความรู้ที่เกิดจากการนำมาคิดพิจารณาหาเหตุผลแบบนักคิดทั่วไป
ความคิดบางครั้งถูกบ้าง ผิดบ้าง
นี่เป็นปัญญาใน ๒ ระดับ
แต่ปัญญาในพระพุทธศาสนามี ๓ ระดับ
ระดับที่ ๓ คือ ภาวนามยปัญญา เป็นปัญญาที่เกิดจากการฝึกฝนลงมือปฏิบัติแล้ว ในระดับที่อยู่นอกเหนือเหตุผลธรรมดา
เราจะอาศัยเหตุผลธรรมดามาใช้ไม่ได้เลย
เพราะภาวนามยปัญญาเป็นความรู้ที่เกิดจากการเห็นแจ้ง คือ จิตต้องเกิดดวงสว่างขึ้นมา และความสว่างนั้นนำไปสู่จักษุธรรมจักษุเกิดขึ้น หรือญาณทัสนะเกิดขึ้น สว่างแล้วจึงเห็น เห็นแล้วจึงรู้
เพราะฉะนั้น “วิชชา” จึงหมายถึง ความรู้แจ้งที่เกิดจากการเห็นแจ้ง ความเห็นที่เกิดจากจิตที่บริสุทธิ์จากกิเลสทั้งหลายแล้ว
เกิดปัญญาบริสุทธิ์ รู้เห็นไปตามความเป็นจริง รู้ทั่วถึง รู้พร้อม แล้วก็รู้ไปสู่เป้าหมาย
เหมือนของที่อยู่ในที่มืดดึงมาอยู่กลางแจ้งเราก็จะเห็นชัดเจน
เช่น เชือกเปียกน้ำ ถ้าอยู่ในที่มืด ๆ บางทีเราอาจจะคิดว่าเป็นงู หรือเป็นตัวอะไรที่มันยาว ๆ หรืออาจจะเป็นเชือก ต้องใช้สมมุติฐานด้นเดาถูกบ้างผิดบ้าง
แต่ว่าเมื่อลากมาอยู่กลางแจ้ง ก็รู้ชัดว่านี่แค่เชือกเปียกน้ำเท่านั้น
คำว่า “ธรรมกาย” ในพจนานุกรม แปลว่า หมวดหมู่แห่งธรรม
เขาแปลได้แค่นั้น คือ ธรรม ๘๔,๐๐๐ พระธรรมขันธ์ รวมประชุมกัน
เรียกว่า หมวดหมู่แห่งธรรม
มีนักศึกษาชาวตะวันตกสองสามีภรรยาเขาได้ค้นคว้ารวบรวมความหมายของคำว่า “ธรรม” ที่มีอยู่ในพระไตรปิฎกได้ ๕๐ กว่าความหมาย
มีความหมายหนึ่งที่น่าสนใจ เขาบอกว่า..
ธรรม มีลักษณะเป็นดวงกลม ๆใส ๆ สว่าง ๆ และมีตัวตน
เพราะฉะนั้น “ธรรมกาย” คือ กายที่ประกอบไปด้วยธรรม ๘๔,๐๐๐ พระธรรมขันธ์ รวมประชุมเกิดเป็นก้อนกายเป็นกายที่มีลักษณะมหาบุรุษครบถ้วนทุกประการ
“วิชชาธรรมกาย” ก็คือความรู้แจ้งที่เกิดจากการ
เห็นแจ้งด้วยธรรมจักษุ แล้วก็รู้ได้ด้วยญาณทัสนะของธรรมกายนั่นเอง
นี่เป็นเรื่องสำคัญ
วิชชาธรรมกายเกิดขึ้นได้ด้วยธรรมกาย เป็นที่ประชุมรวมอยู่ตรงนั้น
มีอยู่ในกลางกายของมนุษย์ทุกคน มีมาดั้งเดิมตั้งแต่ดึกดำบรรพ์โน้น
เริ่มต้นเมื่อไร ไม่มีใครทราบ
การที่เราเคารพกราบไหว้บูชาพระสัมมาสัมพุทธเจ้า
เพราะพระองค์ทรงบรรลุวิชชาธรรมกายก่อน
แล้วได้ทรงนำมาเปิดเผยกระทั่งมีผู้รู้แจ้งตามพระองค์ เป็นพยานในการตรัสรู้ธรรมมากมาย
แต่หลังจากพระพุทธเจ้าปรินิพพานไปแล้ว ๕๐๐ ปี ความรู้นี้ก็หายไปคงเหลือไว้แต่ชื่อ คือ คำว่า
“ธรรมกาย” ปรากฏอยู่ในคัมภีร์ในทางพระพุทธศาสนาในนิกายต่าง ๆ ทั้งวัชรยาน มหายาน และเถรวาท แต่ไม่มีใครรู้เลยว่าธรรมกายนั้นมีลักษณะเป็นอย่างไร เข้าถึงได้อย่างไร
จนกระทั่งเมื่อพระเดชพระคุณหลวงปู่วัดปากน้ำ ภาษีเจริญ ท่านได้สละชีวิตปฏิบัติธรรมกระทั่งเข้าถึงพระธรรมกาย ณ วัดโบสถ์บน บางคูเวียงจังหวัดนนทบุรี
ความลับนี้จึงได้เปิดเผยออกมาสู่ชาวโลกอีกครั้งหนึ่ง
ถึงแม้จะบวชระยะสั้น
แต่อย่างน้อยที่สุดก็เปิดโอกาสให้ลูกหลานของเราได้สั่งสมบุญใหญ่ตลอดโครงการบรรพชา
ได้บุญเป็นอายุพระพุทธศาสนา ตัดรอนวิบากกรรม มีอายุไขยืนยาว
บุญจะประคับประคองให้เขามีเส้นทางชีวิตที่ถูกต้องและดีงามต่อไป
ได้ฝึกนิสัยดีๆจากธรรมะของพระพุทธเจ้า
กลับมาเป็นลูกหลานที่ดีมีความกตัญญูเชื่อฟังพ่อแม่และครอบครัว
ภาพสามเณรจำนวนมากทำให้เกิดทัศนานุตริยะ คือการเห็นอันประเสริฐ
เป็นทางมาแห่งบุญของผู้พบเห็น เป็นแรงบันดาลใจให้ผู้คนอยากทำความดี
พ่อแม่ก็จะได้ชื่อว่าเป็นญาติกับพระพุทธศาสนา

🌟ขอเชิญ เยาวชนชายอายุระหว่าง ๑๐-๑๘ ปี เข้าร่วมโครงการบรรพชาสามเณรฟื้นฟูพระพุทธศาสนาทั่วไทย
ระหว่างวันที่ ๓๑ มีนาคม – ๓๐ เมษายน ๒๕๖๒
บวชฟรี ไม่เสียค่าใช้จ่าย
ผู้เข้าอบรมจะได้ศึกษาธรรมะทั้งภาคปริยัติและภาคปฏิบัติ ด้วยสื่อส่งเสริมศีลธรรมที่ทันสมัยและสมจริง
พร้อมศึกษาประวัติสามเณรต้นแบบความดีสากลจากพระไตรปิฎก
สอบถามเพิ่มเติมที่ ๐๒-๘๓๑-๑๒๓๔

ที่มาภาพและเนื้อหา

สามเณรบัณฑิต บัณฑิตที่แท้จริง ธรรมะเพื่อประชาชน
สามเณรนิโครธ ผู้จุดประกายให้พระเจ้าอโศกหันกลับมานับถือพระพุทธศาสนา
พระสุตตันตปิฎกเล่ม ๗ สังยุตตนิกาย สคาถวรรค ทหรสูตร ของ ๔ อย่างที่ไม่ควรดูถูกดูหมิ่นว่าเล็กน้อย

และ ภาพจากเพจการบ้าน จากบล็อกดีๆ๐๗๒ และ เว็บDMC

คิดอย่างไรกับเรื่องนี้