สามเณรนั่งสมาธิ

แม้พระอรหันต์ยังมีคนเข้าใจผิด จงอย่าด่วนพิพากษาใคร

สามเณรปฏิบัติธรรม

วันนี้ผมฟังอะไร
ผมฟังธรรมะเพื่อประชาชนเรื่อง พระวนวาสีติสสสามเณร
สามเณรติสสะเป็นลูกศิษย์ของพระสารีบุตร
ท่านได้ออกไปปลีกวิเวกปฏิบัติธรรม ณ หมู่บ้านในป่าแห่งหนึ่ง
เป็นที่เลื่อมใสศรัทธาของชาวบ้านมาก
พวกเขาอุปัฏฐากดูแลท่านเป็นอย่างดี

พิธีตัดปอยผม

ครั้นวันหนึ่ง
พระสารีบุตรพร้อมด้วยหมู่สงฆ์กว่า 40,000 รูป เสด็จมาที่หมู่บ้านเพื่อเยี่ยมสามเณร
วันนั้นเป็นวันฟังธรรมพอดี
พระสารีบุตรจึงให้สามเณรติสสะแสดงธรรม
ชาวบ้านต่างปฏิเสธ
บอกว่าตลอดพรรษาฟังธรรมจากสามเณรมาเยอะแล้ว
แต่กลับมีเพียงแค่ 2 บท
“ขอท่านทั้งหลายจงมีความสุข”
“จงพ้นจากทุกข์”
บอกว่าสามเณรไม่รู้หัวข้อธรรมอย่างอื่นเลย
และขอให้พระรูปอื่นแสดงธรรมแทน

ขอขมาบรรพชา
พิธีบวชเณร
สามเณรถวายพานดอกไม้ธูปเทียนแด่พระอุปัชฌาย์

พระสารีบุตรแทนที่จะตามใจด้วยการนิมนต์พระรูปอื่นมาแสดงธรรม
กลับบอกให้สามเณรอธิบายขยายความธรรมะทั้ง 2 บทให้ชาวบ้านฟัง
พร้อมให้กล่าวบทธรรมที่รู้ออกมาทั้งหมดโดยทำนองสรภัญญะ
สามเณรจึงขึ้นธรรมมาสน์เทศนาธรรมอย่างจับใจแจ่มแจ้งตลอดคืนจนรุ่ง
ชาวบ้านที่เคยอุปัฏฐากสามเณรฟังธรรมแล้ว ได้แบ่งเป็น 2 พวก
ฝ่ายแรกยิ่งฟังยิ่งศรัทธายิ่งเลื่อมใส
ฝ่ายหลังฟังแล้วโกรธ คิดว่าสามเณรใจแคบ อุตส่าห์อุปัฏฐากมาตั้ง 3 เดือน ท่านรู้ธรรมคาถาตั้งมากมายขนาดนี้แต่กลับไม่เคยแสดงธรรมให้ฟังเลย
เกิดอาการขุ่นเคืองถึงขนาดไม่อยากไปถวายภัตตาหารสามเณรอีก

สามเณรเดินธุดงค์

.
พระพุทธเจ้าทรงทราบในข่ายพระญาน
เห็นว่าถ้าไม่เสด็จไปโปรดด้วยพระองค์เอง
ชาวบ้านที่โกรธสามเณรจะต้องไปนรกเป็นแน่
เพราะติสสะสามเณรได้บรรลุเป็นอรหันต์แล้ว
.
นึกถึงพุทธพจน์ที่ว่า
“อย่าดูถูก ดูหมิ่นภิกษุว่ายังหนุ่มอยู่”
ถึงแม้สามเณรติสสะเป็นถึงอรหันต์ ก็ยังมีคนเข้าใจผิด
แม้ชาวบ้านจะได้รับบุญอุปัฏฐากดูแลสามเณรอย่างดีมาทั้งพรรษา
แต่วิบากกรรมแห่งความเข้าใจผิดก็อาจทำให้ต้องไปอบาย
จนพระบรมศาสดาต้องเสด็จไปปรับความเห็นให้เป็นสัมมาทิฐิด้วยพระองค์เอง

อยู่ใกล้ชิด ด้วยกาลนาน ใช้ปัญญา หลักแห่งการวัดคน

ก่อนจะพิพากษาใคร
พระพุทธเจ้าได้ให้หลักวิชชาเป็นเครื่องมือวัดคนเอาไว้

ศีล

ศีลพึงรู้ได้ด้วยการอยู่ร่วมกัน
พึงรู้ได้โดยกาลนาน ไม่ใช่โดยกาลสั้นๆ
เมื่อพิจารณาโดยแยบคายก็จะรู้ได้
ไม่พิจารณาโดยแยบคายก็ไม่รู้
ผู้มีปัญญาพึงรู้ได้
ผู้มีปัญญาน้อยไม่พึงรู้

ปัญญา

ปัญญารู้ได้ด้วยการสนทนา
ปัญญานั้นแลพึงรู้ได้โดยกาลนาน ไม่ใช่โดยกาลสั้น
พิจารณาโดยแยบคายจึงรู้ได้
ไม่พิจารณาโดยแยบคายก็ไม่รู้
ผู้มีปัญญาพึงรู้ได้
ผู้มีปัญญาทรามไม่พึงรู้

ก่อนที่จะกล่าวหาใคร
ต้องดูศีล ปัญญา พิจารณาด้วยโยโสมนสิการ
ถ้าเป็นเรื่องของพระ
ฆราวาสพึงระมัดระวังให้มาก
หากเราเข้าใจพระผิดสักรูป
แล้วเอาไปว่าร้าย แชร์ ขยายบอกต่อ
ถึงแม้ไม่เจตนา แต่จะมีวิบากกรรมกลายเป็นมลทินติดตัวไปอีกยาวนาน
และยังตัดหนทางสวรรค์ นิพพานของตัวเอง
เสียดายเวลาและบุญบารมีที่อุตส่าห์สร้างมาตั้งมากมาย

ภาพการ์ดเชิญชวนบวชรุ่น บูชาธรรม 134 ปี พระมงคลเทพมุนี

ที่มาภาพและเนื้อหา

ภาพจาก

คิดอย่างไรกับเรื่องนี้