เมตตาธรรม ธรรมะที่จะเปลี่ยนโลก

การแผ่เมตตาแม้จากเพียงคนๆเดียว ก็ยังนำมาซึ่งความบริสุทธิ์ให้กับเมืองทั้งเมืองได้

วันนี้ผมอ่านอะไร
ผมอ่านบทความที่เคยเขียนเรื่อง
ยุคพระศรีอริยเมตไตรย์ ยุคศิวิไลซ์ที่โลกควรจะเป็น
ยุคนั้นทุกคนจะมีเมตตาจิตต่อกัน
แม้สัตว์ที่เป็นคู่เวรคู่กรรมอย่าง
กากับนกเค้า แมวกับหนู งูกับพังพอน
เมื่อไปเกิดยุคนี้…ทั้งสองฝ่ายก็จะกลายเป็นมิตรกัน
ทำให้รู้สึกอัศจรรย์ใจ
เมื่อย้อนกลับไปศึกษาดูพบว่า
เหตุการณ์มหัศจรรย์คล้ายกันนี้เคยเกิดขึ้นมาแล้ว
ในยุคพระสุวรรณสามผู้ยิ่งด้วยเมตตาบารมี และ
เรื่องราวของกบิลดาบส

กบิลดาบส พลังแห่งเมตตาธรรม

กบิลดาบสได้บำเพ็ญภาวนาอยู่ในป่า มีนิสัยชอบเจริญภาวนาเป็นชีวิตจิตใจ เจริญเมตตาภาวนาอยู่เป็นนิตย์
เมื่อท่านหันหน้าไปทางตะวันออก ก็ตั้งความปรารถนาว่า
“ขอสรรพสัตว์ทั้งหลายตั้งแต่ตัวเล็กตัวน้อย จะเป็นสัตว์ ๒ เท้า ๔ เท้า หรือไม่มีเท้า มีเท้ามาก เท้าน้อย อะไรก็แล้วแต่ที่อยู่ในทิศเบื้องหน้าทางตะวันออกนี้ ขอให้ได้รับความปรารถนาดีที่แผ่ออกไปด้วยกระแสใจที่บริสุทธิ์ ให้มีแต่ความสุข พ้นจากทุกข์โศก โรคภัยต่างๆ”
แล้วท่านก็แผ่ไปในทิศนั้นอย่างไม่มีประมาณ
อีกวันหนึ่งแผ่ไปทางทิศเหนือ
อีกวันหนึ่งแผ่ไปทางทิศใต้ และ
ทิศเบื้องบนทิศเบื้องล่าง
แผ่ไปทุกทิศทุกทาง แผ่เมตตาไปเช่นนี้สม่ำเสมอ
ด้วยอานุภาพแห่งการแผ่เมตตาทุกวัน
ป่าที่ท่านอาศัยอยู่จึงอุดมไปด้วยผลหมากรากไม้ อุดมไปด้วยสิ่งที่เป็นมงคล
สัตว์ที่เคยเป็นศัตรูกัน เมื่อเข้ามาในรัศมีราวป่าที่ท่านอาศัยอยู่ จิตใจก็เปลี่ยนแปลงไป มีแต่เมตตาธรรม มีแต่ความปรารถนาดีซึ่งกันและกัน รักใคร่กลมเกลียวกัน ไม่เป็นพิษเป็นภัยต่อกัน
เมื่อใดที่สัตว์จะพึงถึงคราวตายก็ต้องดิ้นรนไปตายที่อื่น ซากอสุภะจึงไม่มีในที่แห่งนั้นเลย
ด้วยพลังเมตตาธรรมที่ท่านแผ่ไปทุกทิศทุกทาง แผ่นดินจึงเป็นแผ่นดินที่สะอาด ดินฟ้าอากาศสะอาด เป็นบรรยากาศของความบริสุทธิ์
ภายหลังแผ่นดินแห่งนี้จึงเป็นที่ตั้งของเมืองกบิลพัสดุ์
เป็นสถานที่รองรับการอุบัติขึ้นของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าในที่สุด

สุวรรณสามผู้ยิ่งด้วยเมตตาบารมี

ยุคนั้นพระโพธิสัตว์เกิดเป็นดาบส นามว่าสุวรรณสาม
ชอบเจริญภาวนาแผ่เมตตาอยู่เป็นเนืองนิตย์
ด้วยอานุภาพแห่งเมตตาภาวนา
ได้บันดาลให้พระโพธิสัตว์เป็นที่รักและคุ้นเคยของสัตว์ป่านานาชนิด
ทั้งเก้ง กวาง เลียงผา กระจง กระจ้อน หมู่ป่า และหมาป่า
ตัวไหนที่เป็นศัตรูคู่กรรมคู่เวรกัน ต่างก็ละความพยาบาทเบียดเบียน
แล้วก็มักพากันเข้ามาห้อมล้อมพระโพธิสัตว์อยู่เสมอ
แม้เหล่ากินนรกินรีผู้มีความขลาดกลัวเป็นปกติ ก็พากันละมาจากเชิงผาและเถื่อนถ้ำ ก็มาช่วยพระโพธิสัตว์เก็บผลาผล

อานุภาพแห่งเมตตาบารมี

หลวงพ่อคุณครูไม่ใหญ่สอนว่า
ความเมตตาปรารถนาดีต่อกันและกันด้วยความจริงใจ เป็นสิ่งเดียวที่จะทำให้มนุษยชาติและสรรพสัตว์ทั้งหลายอยู่ร่วมกันอย่างมีความสุข
ความเมตตาที่สั่งสมมากเข้าจะกลั่นตัวเป็นเมตตาบารมี ทำให้เป็นที่รักของมนุษย์ และเทวาทั้งหลาย
ผู้ที่เจริญเมตตาเป็นปกติทุกๆวัน จะเป็นผู้มีอารมณ์เยือกเย็น ใครเข้าใกล้ จะสัมผัสได้ถึงกระแสแห่งความเย็น เหมือนอยู่ใต้ร่มโพธิ์ร่มไทร ผู้อื่นก็จะรู้สึกเย็นสบายตามไปด้วย
ถ้าทุกคนในโลกนี้มีเมตตาจิตต่อกัน บ้านเมืองจะมีแต่ความสงบสุข ปราศจากภัยอันตรายใดๆ ทั้งสิ้น
ที่สำคัญ เมตตาธรรมจะทำให้ตัวของเราสะอาดบริสุทธิ์ สามารถรองรับธรรมะที่ละเอียดสูงยิ่งๆ ขึ้นไปได้ แล้วเราจะได้นำธรรมะนั้น เผื่อแผ่ไปยังสรรพสัตว์ทั้งหลาย
แม้แต่สรรพสัตว์ที่เคยมีเวรมีภัยต่อกัน เมื่อได้รับอานุภาพแห่งเมตตาธรรมแล้ว จะปรองดองรักใคร่สามัคคี
สถานที่ตลอดจนวัตถุสิ่งของแม้ไม่มีจิตใจ ก็จะสะอาดบริสุทธิ์อุดมสมบูรณ์
ประเทศชาติย่อมเจริญรุ่งเรือง ฝนตกต้องตามฤดูกาล พืชพันธุ์ธัญญาหารก็อุดมสมบูรณ์
เพราะฉะนั้นกระแสแห่งเมตตาธรรมมีผลดีต่อโลกมาก

การแผ่เมตตาแม้จากเพียงคนๆเดียว ก็ยังนำมาซึ่งความบริสุทธิ์ให้กับเมืองทั้งเมืองได้ฉันใด
พลังแห่งเมตตาธรรมของคนหมู่มากก็ย่อมสามารถเปลี่ยนแปลงโลกทั้งโลกได้เช่นกัน

เนื่องในวาระครบรอบ ๑๐๑ ปี วันครูผู้ค้นพบวิชชาธรรมกาย
ขอเชิญชวนทุกท่านมาเวียนประทักษิณ สวดธรรมจักร และแผ่เมตตา
ด้วยการทำตามหลักวิชชา โดยมีใจหมายถวายเป็นบุญบูชาธรรมแด่หลวงปู่ หลวงพ่อ คุณยาย
ณ ต้นแหล่งแห่งบุญคือพระมหาธรรมกายเจดีย์ เจดีย์ที่จะเชื่อมสายบุญกับพระพุทธเจ้าล้านพระองค์กันนะครับ

ที่มาภาพและเนื้อหา

ธรรมะเพื่อประชาชน คนมีเมตตาชื่อว่ารักตนเอง
ธรรมะเพื่อประชาชน สุวรรณสาม ผู้ยิ่งด้วยเมตตาบารมีภาพจากเว็บกัลยาณมิตร สุวรรณสาม
ภาพจากบล็อก ดีๆ 072 

คิดอย่างไรกับเรื่องนี้